เข้าชมหน้าเวอร์ชั่นใหม่ >>>>คลิก<<<<
ระบบสมาชิก
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
หน้าแรก ชีรีย์เกาหลี ดูทีวีย้อนหลัง แฟนไทยตลาด
ผู้หญิง
ฟังเพลง
เล่นเกมล์ ท่องเที่ยว
อัตราโฆษณา | ติดต่อเรา  
น้ำท่วมอุบล น้ำท่วมภาคอีสาน น้ำท่วมร้อยเอ็ด น้ำท่วมกาฬสินธุ์
เข้าชมแล้ว 730 ครั้ง | กลับหน้าแรก ตอนนี้คุนกำลังอยู่ หมวด คลิกดูหมวด

น้ำท่วมสุราษฎร์ธานี


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำเผยน้ำโขงยังปกติ 

          ผอ.ศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ ทส.เผย ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ยังเป็นปกติตามฤดูกาล เฝ้าระวังตรวจสอบระดับต้นน้ำที่ลาวและจีน

          นายบุญจง จรัสดำรงนิตย์ ผอ.ศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง ที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เริ่มแห้งขอดผิดปกติ ว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูแล้ง ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะลดปริมาณลง เป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งจากการวัดปริมาณน้ำ ในแม่น้ำโขงทุกสถานีของศูนย์ ก็พบว่าปริมาณน้ำลดลงทุกแห่ง แต่ก็ยังถือว่าเป็นเกณฑ์ปกติของฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์จะมีการตรวจสอบกับประเทศต้นน้ำ ทั้งจีนและลาวว่าปริมาณน้ำที่ต้นน้ำเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมการรับมือฤดูแล้ง ที่จะมาถึงจริง ๆ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

บุรีรัมย์น้ำลดต่อเนื่อง 13 ร.ร.เปิดแล้ว

          น้ำท่วม จ.บุรีรัมย์ ลดลงต่อเนื่อง 13 โรงเรียน เปิดแล้ว ผอ.สพป. เขต 4 เผย อุปกรณ์การเรียน เสียหายนับ 10 ล้านบาท เตรียมของบซ่อมแซม

          สถานการณ์น้ำท่วม พื้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โรงเรียน 14 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากลำน้ำมูลเอ่อท่วม ทยอยเปิดทำการเรียนการสอนแล้ว 13 แห่ง ส่วน โรงเรียนบ้านบุ่งเบา อำเภอพุทไธสง ล่าสุด ระดับน้ำยังท่วมขังอยู่ประมาณ 30 ซ.ม. ซึ่งขณะนี้ กำลังอยู่ระหว่างการหารือของคณะผู้บริหาร เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน เนื่องจาก ได้มีการเลื่อนเปิดภาคเรียนมาแล้ว ถึง 2 สัปดาห์ ด้าน นายธีรวุฒิ พุทธการี ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 ระบุว่า ขณะนี้ จากการสำรวจมูลค่าความเสียหายของอาคารเรียนและวัสดุอุปกรณ์ และสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ ของโรงเรียน ทั้ง 14 แห่ง ที่ถูกน้ำท่วม คาดว่า เสียหายไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งได้รายงานความเสียหาย ไปยัง กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการซ่อมแซมวัสดุคุรุภัณฑ์ ที่ได้รับความเสียหายให้สามารถใช้การได้ตามปกติต่อไป



น้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 ต.ค.-13 พ.ย.



          กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รายงานผลสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 13 พฤศจิกายน ว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบปัญหาอยู่ทั้งสิ้น 13 จังหวัด 57 อำเภอ 418 ตำบล 2,852 หมู่บ้าน 240,370 ครัวเรือน 827,599 คน

          พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหาย 6,316,156 ไร่ ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นนทบุรี และปทุมธานี และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 152 ราย


น้ำท่วมกาฬสินธุ์บุรีรัมย์น้ำลดต่อเนื่อง 13 ร.ร.เปิดแล้ว

          นายถาวร กุลโชติ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน กว่า 50 นาย และชาวบ้านช่วยกันเกี่ยวข้าวในนาที่ออกร่วง เพื่อลดความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม ทั้งนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ อส. ได้ช่วยชาวบ้านทำการเกี่ยวข้าว และขนสัมภาระหนีน้ำที่กำลังหนุนสูง เนื่องจากระดับน้ำแม่น้ำชี ที่หนุนยาวนานกว่า 3 สัปดาห์ ทำให้เกิดรอยรั่วบนพนังหลายแห่ง

          โดยปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ขณะนี้ ทำได้เพียงการชะลอน้ำชีที่ไหลทะลักจากจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดขอนแก่น ซึ่งระดับน้ำเพิ่มขึ้นทุกวัน เฉลี่ยวันละ 50 ซ.ม. ความหนาแน่นของน้ำทำให้น้ำไหลเข้าซึม เพราะระดับน้ำที่หนุน ทำให้ดินที่อยู่ใต้พนังเริ่มสไลด์ตัว จึงต้องการให้ชาวบ้าน ได้เฝ้าติดตามระดับความสูงของน้ำ

          ด้าน พ.ท.ณัฐถาภูมิ นิกร ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 14 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ยังได้นำกำลังทหาร เข้าทำการค้นหาผู้ประสบภัย ตามหมู่บ้านและทำการอุดรอยรั่วตามพนังกั้นน้ำ ทำให้ประชาชนที่ประสบภัยมีกำลังใจ พร้อมกับจัดเวรยามเฝ้าพนังกั้นน้ำตลอด 24 ช.ม.

          ด้าน นายธนาวุฒิ ทองทวี นายอำเภอฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ชาวบ้านที่นี่รู้สึกโล่งใจ หลังระดับน้ำเริ่มทรงตัว ล่าสุดน้ำขึ้นเพียง 2 ซม. คาดว่า 3 - 4 วัน สถานการณ์จะกลับสู่ปกติ อย่างไรก็ตามภายหลังจากวิกฤตผ่านพ้นไป ชาวนาบางส่วนได้นำเครื่องสูบน้ำ มาสูบน้ำออกจากนาข้าวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขังนาข้าวนานเกินไป จนต้นข้าวที่อยู่ในช่วงจะเก็บเกี่ยวเน่าตาย สำหรับความเสียหายที่ จ.กาฬสินธุ์ ในเบื้องต้นประมาณ 109 ล้านบาท บ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วม 174 หลังคาเรือน นาข้าวเสียหายทั้งจังหวัดจำนวน 51,000 ไร่

น้ำท่วมอยุธยา

          สภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยทั่วไปลดระดับลงอย่างต่อเนื่องวันละ 4-5 ซ.ม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลหนุนในแต่ละวัน ในส่วนของ อ.บางบาล อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางไทร และ อ.บางปะอิน

          ทั้งนี้ระดับน้ำยังสูง ถนนบ้านเรือนประชาชนยังจมน้ำ โดยเฉพาะทุ่งอำเภอบางบาล รวม 4 ตำบล ได้แก่ ต.วัดตะกู ต.สะพานไทย ต.ทางช้าง และ ต.น้ำเต้า ซึ่งอยู่ในโครงการแก้มลิง รับน้ำไม่ให้ท่วม กทม.ระดับน้ำยังไม่ลง ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อน ต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะสัญจรติดต่อกับโลกภายนอกเพียงอย่างเดียว หลังถูกน้ำท่วมนานกว่า 2 เดือน ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เริ่มอยู่ในอาการเครียดที่ต้องนั่งจับเจ่า ภายในบ้านที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ

 

น้ำท่วม

น้ำท่วม

 



น้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ



          สถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ปภ.รายงานว่า ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ใน 15 จังหวัด โดยเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี และเป็นภาคกลาง 8 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นนทบุรี และปทุมธานี

          โดยสถานการณ์น้ำท่วม จ.กาฬสินธุ์ วิกฤติหนัก หลังน้ำในแม่น้ำชีไหลทะลักทำพนังกั้นน้ำขาดหลายแห่ง ขณะพบคนชราป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะนาข้าวเสียหายหมด ขณะที่ปริมาณน้ำแม่น้ำชีและน้ำพองในจังหวัดขอนแก่นเริ่มทรงตัว อบจ.เตรียมเสนอโครงการก่อสร้างเเก้มลิง 4 เเห่ง แก้ปัญหาน้ำท่วม

          ขณะที่มีรายงานว่า แนวโน้มสถานการณ์อุทกภัย จะลดลงในพื้นที่ อ.เมือง อ.กันทรวิชัย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น มีระดับน้ำทรงตัวในพื้นที่ อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์  และแนวโน้มสถานการณ์อุทกภัยจะเพิ่มขึ้นในพื้นที่ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

          ด้านนายวิทเยนทร์ มุตตามระ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางว่า ระดับน้ำในแม่น้ำมูลขณะนี้ ปริมาณน้ำล้นตลิ่งที่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ สูง 1.90 เมตร ส่วนแม่น้ำชีสูงสุดที่ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด 1.32 เมตร ขณะที่ ระดับน้ำเจ้าพระยา ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งช่วงเวลาที่กังวลว่า น้ำทะเลจะหนุนสูง ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ทางศูนย์จึงได้สั่งให้ กทม. นำเครื่องสูบน้ำ 100 เครื่องออก เพื่อนำไปใช้ยังพื้นที่โดยรอบปริมณฑลแทน

          ในส่วนของศูนย์ป้องกันและแก้ไขภัยธรรมชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยความเสียหายของพื้นที่การเกษตรจากเหตุการณ์น้ำท่วม ในภาคอื่น ๆ ยกเว้นภาคใต้ รวม 48 จังหวัด เฉพาะในเดือนตุลาคม พื้นที่การเกษตรเสียหายถึง 6,918,802 ไร่ เป็นพื้นที่นาข้าวมากที่สุดถึง 526,300 ไร่ พืชไร่ 1,525,165 ไร่ และพืชสวน 187,336 ไร่ ซึ่งขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตร กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย ก่อนจะจ่ายเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ของคณะรัฐมนตรี คาดว่า จะจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

น้ำท่วมกาฬสินธุ์

          สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าขั้นวิกฤติหนัก หลังจากปริมาณน้ำชีที่ไหลหลากมาจากจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดขอนแก่น ไหลทะลักเข้ามาเติมลำน้ำชีจนหนาแน่น ส่งผลให้น้ำกัดเซาะเจาะพนังขาดหลายแห่ง โดยเฉพาะด้านล่างตรงพนัง ผ่าน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย และอำเภอร่องคำ รอยต่อพนังกั้นน้ำ ไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง เกิดรอยรั่ว ซึ่งที่บ้านสะดำสี หมู่ 8 ชาวบ้านหลายร้อยคน พากันขนกระสอบทราย ของทางอำเภอ โยนลงไปอุดรอยรั่วซึม เพื่อชะลอการไหลของน้ำ แต่น้ำที่มีจำนวนมากก็ได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว ไม่ต่ำกว่า 250 หลังคาเรือน

          ล่าสุดนายถาวร กุลโชติ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยทีมแพทย์ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นักจิตวิทยา ทำการบำบัดจิตใจประชาชน พร้อมกับรณรงค์ป้องกันโรคระบาด โดยเฉพาะโรคอุจาระร่วงอย่างรุนแรง และโรคแบคทีเรีย ที่มากับน้ำ ซึ่งพบว่า คนชราจำนวนไม่น้อยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากนาข้าวถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย

          ขณะที่ ชาวบ้านหนองหวาย ตำบลลำชี อ.ฆ้องชัย เร่งเกี่ยวข้าวที่กำลังออกรวงหนีน้ำท่วม หลังระดับน้ำชีเริ่มหนุนสูง จนเกิดรอยรั่วที่พนังกั้นน้ำ ด้านปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์เผย ระดับน้ำชีที่ไหลมาจากจังหวัดชัยภูมิ และขอนแก่นสูงขึ้นทุกวัน เฉลี่ย 5-10 ซม. ชาวบ้านจึงต้องเร่งเกี่ยวข้าว และตากข้าว เพราะเกรงว่าน้ำจะทะลักสร้างความเสียหายในอีกไม่นาน

น้ำท่วมขอนแก่น

          นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งติวาจา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย ในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดขอนแก่น หลังระดับน้ำท่วมยังคงท่วมขังนานกว่า 2 สัปดาห์ แล้ว แต่จะได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมมากสุดปริมาณน้ำจากทั้งแม่น้ำชี และแม่น้ำพองเริ่มทรงตัว บางแห่งลดระดับลง 5 เซนติเมตรต่อวัน สำหรับการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ ยังคงอยู่ที่วันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไปตามการระบายน้ำในอัตราที่ปกติ และจะไม่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมอีกในระยะนี้

          ทั้งนี้ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น กล่าวอีกว่าเตรียมเสนอแผนการก่อสร้าง โครงการแก้มลิง 4 แห่ง เพื่อรองรับน้ำจากแม่น้ำชี และแม่น้ำพอง เพื่อกักเก็บน้ำและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ น้ำท่วมได้อย่างครอบคลุมในช่วงฤดูน้ำหลาก

น้ำท่วมอุบลราชธานี

          ที่บ้านวังยาง ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานชลประทานที่ 7 ร่วม กับทหารบกที่ 22 อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน นำกระสอบทรายกว่า 5,000 ใบ วางกั้นทางน้ำไหล จากแม่น้ำสาธารณะตำบลบุ่งหวาย เพื่อทำเป็นแก้มลิง โดยใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 3 เครื่อง สูบแม่น้ำมูลที่ไหลมาจากจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ทำการเกษตรกรฤดูแล้ง ที่จะมาถึง เพื่อช่วยลดระดับน้ำที่ไหลมาจากด้านเหนือของจังหวัด ไม่ให้ส่งผลกระทบกับชุมชน 2 ฝั่งแม่น้ำมูล ที่ถูกน้ำท่วมมานานกว่าเกือบเดือน

          โดยนายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า นอกจากทางแก้มลิงเก็บกักน้ำที่บ้านวังยาง ซึ่งเป็นจุดแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีไหลมาบรรจบกันแล้ว ยังทำโครงการแก้มลิง 2 จุด โดยทั้ง 2 จุดมีแหล่งน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่ สามารถเก็บกักน้ำเป็นจำนวนมากหลายล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเก็บไว้ใช้ทำการเกษตรกรรมและลดปริมาณน้ำ ที่ไหลมาบรรจบกันสำหรับระดับน้ำที่แม่น้ำมูลวันนี้ สำหรับน้ำมูลเริ่มทรงตัว โดยระดับน้ำเท่าเดิมคือ 6.80 เซนติเมตร

น้ำท่วมมหาสารคาม

          ปริมาณน้ำในลำน้ำชี บริเวณตำบลท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม เพิ่มระดับสูงขึ้นต่อเนื่องวันละ 3-5 เซนติเมตร ทำให้น้ำเอ่อล้นแนวพนังกั้นน้ำ จนชาวบ้านต้องเร่งเสริมแนวพนังกั้นน้ำให้สูงขึ้น เป็นระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านในเขตตำบลลาดพัฒนา ตำบลท่าตูม และตำบลใกล้เคียง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะมีแนวพนังกั้นน้ำหลายช่วงปริ่มน้ำ

          ขณะที่สถานการณ์น้ำโดยทั่วไปในพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนบน บริเวณบ้านหนองขนวน อ.โกสุมพิสัย ระดับน้ำลดลงวันละ 3 เซนติเมตร ส่วนบริเวณบ้านท่าขอนยาง ระดับน้ำเริ่มทรงตัว และมีแนวโน้มว่าจะลดลง ทั้งนี้แม้ระดับน้ำจะเริ่มทรงตัวแล้วก็ตาม แต่สภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านยังเดือดร้อนมาก

น้ำท่วมพิจิตร

          นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายสัลเลข คำใจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พิจิตร ได้ลงพื้นที่นำถุงยังชีพ จำนวน 971 ชุด แจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร ที่มีบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำยม ซึ่งที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำการเกษตรในที่ลุ่มถูกน้ำท่วมขังมากว่า 4 เดือน

          โดยนายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ชี้แจงกับชาวบ้านว่า น้ำจะยังคงท่วมเช่นนี้ต่อไปอีก 1 เดือน และจากการสำรวจพบว่าพื้นที่ จ.พิจิตร มีถูกน้ำท่วม 113 หมู่บ้าน 15,829 ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านต่างรอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ครัวเรือนละ 5,000 บาท ซึ่งในเร็ววันนี้จะโอนเข้าบัญชีธนาคารออมสิน ถึงมือชาวบ้านให้ได้บรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

          นอกจากนี้หลังจากน้ำลด คาดว่า ปลายเดือน พ.ย. ถึงต้นเดือน ธ.ค. 2553 คงจะกลับสู่สภาพปกติ ดังนั้นเมื่อน้ำลดแล้ว คงต้องให้มีการระดมทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคที่มากับน้ำ โดยจะให้ทีมแพทย์ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านดูแลทั้งคน และอาคารบ้านเรือนควบคู่กันไป โดยเฉพาะเรื่องน้ำประปาหมู่บ้านเป็นปัญหาใหญ่ เพราะใช้น้ำจากใต้ดินสถานที่ตั้งก็ถูกน้ำท่วม จึงต้องฟื้นฟู อีกทั้งเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคท้องร่วง เท้าเปื่อย ฉี่หนู ก็จะต้องตรวจเข้มด้วยเช่นกัน

          อีกทั้งการฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนก็จะประสาน วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพิจิตร รวมถึงศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานพิจิตร ให้ได้ส่งนักศึกษาลงมาซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตร และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับราษฎรต่อไป นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ พิจิตรยังเปิดเผยอีกว่า ได้อนุมัติงบเร่งด่วนจำนวนเงิน 40 ล้านบาท ให้ซ่อมแซมถนน ฝายทดน้ำ ประตูน้ำ ที่ถูกน้ำพัดพังให้กับคืนสู่สภาพปกติเป็นการเร่งด่วนแล้ว อีกทั้งช่วงนี้ก็ให้กักเก็บน้ำไว้ในแก้มลิง หรือห้วยหนองคลองบึง เพื่อรองรับกับสถานการณ์ภัยแล้งหลังน้ำลดอีกด้วย

          ขณะเดียวกัน นายยุทธนา ยังได้เดินทางไปที่ ต.ดงกลาง อ.เมือง จ.พิจิตร เพื่อดูและศึกษาวิถีชีวิตชาวบ้าน ริมคลองข้าวตอก ตลอดระยะทาง 13 ก.ม. ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่คลองสวยน้ำใส ซึ่งชาวบ้านล้วนมีความขยันปลูกพืชผักสวนครัวนานาชนิดริมคลองอย่างอุดมสมบรูณ์ และสร้างรายได้เข้าหมู่บ้านทุกวัน หรือมีเงินถึงมือชาวบ้านทั้งตำบล เดือนละกว่า 1 ล้านบาท โดยชุมชนแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่า กลายเป็น FOOD BANK หรือ ธนาคารอาหารของประเทศไทยไปแล้วในขณะนี้ เพราะมีผลผลิตพืชผักตลอดทั้งปี รวมถึงมีพ่อค้าจากตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง มาแย่งซื้อสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง

          โดยนายยุทธนา กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้หมู่บ้านดังกล่าว เร่งเพาะกล้าพันธุ์ไม้ พืชผักสวนครัวนานาชนิด เพื่อเตรียมนำมามาแจกจ่ายให้กับชุมชน 113 ตำบล หลังน้ำลด เพื่อเป็นการฟื้นฟูอาชีพและแหล่งอาหาร

          นอกจากนี้ ยังจะส่งเสริมให้ชุมชนบ้านดงป่าคำ ต.ดงกลาง เป็นแหล่งเรียนรู้และการท่องเที่ยว ในการดำรงชีวิตตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย


น้ำท่วมลพบุรี

          ระดับน้ำที่ท่วมใน อ.เมืองลพบุรี กว่าเดือนนั้นได้ลดแห้งลงแล้ว โดยเฉพาะที่ชุมชนสิรัญญา 4 ตำบลถนนใหญ่ ทำให้ชาวบ้านเริ่มเข้าไปสำรวจความเสียหายของบ้าน และเก็บกวาดขยะ ทรัพย์สินที่เสียหายออกมาทิ้ง แต่ชาวบ้านกลับต้องเผชิญปัญหาใหม่ คือ ค่าน้ำประปาที่สูงถึงหลักพันถึง 1 หมื่นบาท จากปกติใช้เพียงไม่กี่ร้อยบาท ทั้งที่ไม่ได้ใช้นานนับเดือนเพราะถูกน้ำท่วม จึงเรียกร้องให้ทางการประปายกค่าประปาให้ชาวบ้านด้วย เพราะเดือดร้อนมาก


น้ำท่วม

น้ำท่วม




สถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 10 ต.ค.-11 พ.ย.



ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 พ.ย.

          ผู้ว่าฯ อุบล เผยสถานการณ์น้ำท่วมไม่น่าห่วง หลังเร่งสูบน้ำจากลำน้ำชีและลำน้ำมูลไปเก็บไว้ที่แก้มลิง ตลอด 24 ช.ม. เตือนประชาชน ระวังโรคที่มากับน้ำ

          สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 11 พฤศจิกายน นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในเขตจังหวัดอุบลราชธานีไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากจังหวัดอุบลราชธานี ได้เตรียมพร้อมไว้นานแล้ว น้ำมาจากจังหวัดนครราชสีมา มาถึงจังหวัดอุบลราชธานี ก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากทางจังหวัดอุบลราชธานี ได้เตรียมสูบน้ำไว้ทั้งหมด ทั้งลำชี ทั้งลำแม่น้ำมูล 111 เครื่อง เร่งสูบน้ำไว้ที่แก้มลิง ตลอด 24 ช.ม. ส่วนแม่น้ำชีจะไหลมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 13,14 พ.ย.นี้ จะมีน้ำมูลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

          ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต่อไปอีกว่า ขอเตือนประชาชนผู้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้ระวังโรคมากับน้ำ เช่น โรคฉี่หนู โรคตาแดง ที่จังหวัดอุบลราชธานี จากงานระบาดวิทยาของสาธารณสุข ตรวจพบโรคฉี่หนูจากเดือนมกราคม ถึงวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยโรคฉี่หนู 121 ราย แต่ไม่มีเสียชีวิตแต่อย่างใด

          เช่นเดียวกับนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ที่ระบุถึงสถานการณ์น้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปัจจุบันว่า น้ำมวลใหญ่ที่สุด ขณะนี้อยู่ที่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ และอยู่ระหว่างอำเภอเมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งจะเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ เข้าสู่ตัวเมืองอุบลราชธานี

          สำหรับอีกส่วนหนึ่ง คือ ลุ่มน้ำชี ซึ่งจะมาเจอกับลุ่มน้ำมูล ตัวต้นน้ำจะอยู่บริเวณ อ.ชัยชนะ จ.ยโสธร คาดว่า น้ำมูลจะผ่านตัวเมืองอุบล ฯ ก่อน ระหว่างวันที่ 5-17 พฤศจิกายน และมวลน้ำที่ใหญ่ที่สุดของลำน้ำชีจะตามลงมา ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน

          ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายแสดงความกังวล เกี่ยวกับประเด็นความสูงของระดับน้ำในพื้นที่ข้างต้น กรมชลประทาน ยืนยันตามที่ได้คำนวณไว้เดิมว่า ปริมาณน้ำสูงสุดที่ผ่าน อ.เมืองอุบลราชธานี ณ จุดสถานีวัดน้ำฯ ที่เชิงสะพานฝั่งวาริน ในวันที่สูงที่สุดจะไม่เกิน 30-40 เซนติเมตรแน่นอน ดังนั้น ที่มีกระแสข่าวออกมาว่าระดับน้ำจะสูงจนล้นตลิ่งฝั่งวาริน ก็จะเป็นการไหลลงสู่ที่ลุ่มต่ำหรือทางผ่านของน้ำ ที่เคยผ่านประจำอยู่แล้ว ซึ่งหากถ้าเปรียบเทียบปีที่แล้ว ตรงฝั่งวารินจะล้นตลิ่งประมาณ 80 เซนติเมตร จะเห็นว่าปี 2553 นี้ มีการดูแลจัดการจากประสบการณ์ที่ผ่านมา จึงจะส่งผลกระทบไม่มากนัก

          นอกจากนี้ อธิบดีกรมชลฯ เผยอีกว่า ประมาณกลางเดือนธันวาคม สถานการณ์โดยทั่วไป น่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ ยกเว้นสภาพภูมิประเทศที่เป็นที่ลุ่มต่ำอาจจะมีน้ำขังอยู่ ซึ่งจะนำเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลืออีกครั้งหนึ่ง

          ด้านนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นทั้งประเทศ มี 51 จังหวัด แบ่งเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก 39 จังหวัด 401 อำเภอ 2,952 ตำบล 25,618 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1,954,827 ครัวเรือน 6,846,490 คน มีผู้เสียชีวิตรวม 144 ราย ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัย 18 จังหวัด 87 อำเภอ

          สำหรับพื้นที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้ รวม 12 จังหวัด 130 อำเภอ 819 ตำบล 5,643 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 570,317 ครัวเรือน 1,833,277 คน มีผู้เสียชีวิต 59 ราย รวมทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 203 ราย

น้ำท่วมสุรินทร์

          ระดับน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำชี-มูล เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อ.ชุมพลบุรี ท่าตูม และ อ.รัตนบุรี เมื่อหลายวันก่อนเริ่มลดระดับลงแล้ว โดยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ คาดว่า สถานการณ์จะคลี่คลายเป็นปกติภายในวันที่ 30 พ.ย.นี้


น้ำท่วม

น้ำท่วม

 



สถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 10 ต.ค.-10 พ.ย.



ข่าวน้ำท่วม น้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 พ.ย.

          สถานการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันที่ 10 พฤศจิกายน ระดับน้ำชียังเพิ่มสูงที่จังหวัดร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ และกำลังมุ่งหน้าไปที่จังหวัดอุบลราชธานี สมทบกับแม่น้ำมูลที่ขณะนี้อยู่ที่ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีแล้ว ด้านรองอธิบดีกรมชลฯ เผย สถานการณ์น้ำอุบลราชธานี ต่ำกว่าที่คาดไว้ ในวันที่น้ำชีและมูลสมทบกัน แต่ไม่ประมาท เตรียมอพยพประชาชนขึ้นที่สูง

          นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวหลังจากนำสื่อมวลชนดูระดับน้ำบริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย และบริเวณจุดที่แม่น้ำมูลและแม่น้ำชีไหลมาสมทบกัน ที่บ้านวังยาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ก่อนไหลเข้าสู่ตัวเมืองว่า ขณะที่แม่น้ำมูล ซึ่งได้ไหลเข้าสู่ตัวเมืองของอุบลราชธานีแล้ว แต่ส่วนท้ายของแม่น้ำนั้น ยังอยู่ที่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ส่วนแม่น้ำชี ที่ไหลผ่าน จังหวัดชัยภูมิ ร้อยเอ็ด และยโสธร นั้น คาดว่า วันที่ 12-13 พ.ย. นี้ จะไหลเข้าสู่อำเภอวารินชำราบ และอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี แต่จะไม่ส่งผลกระทบกับแม่น้ำมูลที่ไหลมาก่อนหน้านี้ แต่อย่างใด เนื่องจาก ปริมาณน้ำมูล ได้ไหลออกไปบ้างแล้ว

          ทั้งนี้ ทางชลประทาน ได้ทำการปิดประตูน้ำของเขื่อนลำปาว และฝายต่าง ๆ เพื่อชะลอน้ำที่ไหลลงมาสู่ตัวเมืองอุบล ส่วนวันที่ 18 พ.ย. นี้ แม่น้ำมูลและแม่ชี จะไหลมาสมทบกันนั้น สถานการณ์ดังกล่าว ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด เพราะจากตรวจสอบระดับน้ำของกรมชลประทาน ตามข้อเท็จจริง ระดับน้ำมีปริมาณน้ำต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยน้ำยังคงมีปริมาณต่ำกว่าตลิ่ง ประมาณ 20-30 ซ.ม. และในวันที่ 18 พ.ย. น้ำในแม่น้ำชีจะไหลมาสมทบกับแม่น้ำมูล ที่บริเวณบ้านวังยาง ระดับจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นล้นตลิ่ง ชุมชนที่อยู่บนที่ลุ่มต่ำ จะมีน้ำท่วมประมาณ 50 ซ.ม. คือ บริเวณชุมชนท่าบงมั่ง ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้เตรียมอพยพคน ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว

น้ำท่วมกาฬสินธุ์

          จากการติดตามสถานการณ์แม่น้ำชีหนุนสูงที่ จ.กาฬสินธุ์ ชาวบ้านในตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย ยังคงเร่งทำการเสริมกระสอบทราย และตรวจสอบพนังกั้นลำน้ำชี ตลอด 24 ช.ม. เพราะระดับน้ำชีที่สูงและหนุนยาวนาน ส่งผลให้เกิดรอยรั่วซึมหลายจุด โดยเฉพาะที่บ้านท่าเยี่ยม บ้านโนนแดง บ้านสะนำสี ชาวบ้านต้องนำกระสอบทรายไปวางกั้นน้ำที่เอ่อล้นเข้าท่วมนา

          ด้านนายธนาวุฒิ ทองทวี นายอำเภอฆ้องชัย กล่าวว่า ปัญหาที่ชาวบ้านวิตก คือปริมาณน้ำชี ที่หนุนสูงและมีปริมาณน้ำมากที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวันเฉลี่ยวันละ 5 ซ.ม. ทำให้เกิดปัญหาการรั่วซึมหลายจุด ขณะนี้ชาวบ้านทำได้เพียงการป้องกันและเฝ้าระวัง ไม่ให้เกิดการรั่วซึมที่รุนแรง ทั้งนี้ในพื้นที่เกิดน้ำท่วมนาข้าวแล้วกว่า 5,000 ไร่
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านอำเภอฆ้องชัย ได้เรียกร้องให้ผู้นำชุมชน และตำบลเจ้าท่า ตรงบ้านแจ้งจม อำเภอกมลาไสย และ อบจ.กาฬสินธุ์ ทำการเสริมกั้นพนังบริเวณนี้ด้วย เนื่องจากมีรอยรั่วซึม แต่ชาวบ้านที่นั่นกลับนิ่งเฉย เพียงเพราะน้ำที่เอ่อล้น จะไม่ท่วมพื้นที่อำเภอกมลาไสย แต่จะไหลกลับมาท่วมอำเภอฆ้องชัย จึงขอให้ออกมาช่วยป้องกันความเสียหายด้วย

          ทั้งนี้ มีรายงานว่า น้ำได้เอ่อท่วมโรงเรียนบ้านท่ากลางแจ้งจมวิทยา สูงประมาณ 50 เซนติเมตร และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้โรงเรียนต้องเร่งขนอุปกรณ์การเรียนก่อนที่จะได้รับความเสียหาย

น้ำท่วมร้อยเอ็ด

          สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ร้อยเอ็ด ที่ ต.ดงสิงห์ พบว่า ระดับน้ำสูงขึ้นถึง 10 ซม. ซึ่งเร็วกว่าในช่วง 7 วันที่ผ่านมาก่อนหน้า ทำให้น้ำกำลังจะท่วมจุดสูบน้ำชี เพื่อทำน้ำประปาหมู่บ้าน และส่งน้ำเข้าทำน้ำประปาเลี้ยงตัวเมืองร้อยเอ็ดทั้งเมือง ทั้งนี้ ชาวบ้าน ต.ดงสิงห์ ต่างเร่งทำพนังกั้นน้ำ เนื่องจากกลัวว่าน้ำจะท่วมหนักขึ้น เช่นเดียวกับที่พื้นที่บ้านดินดำหมู่ที่ 9 บ้านเนินคา หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 12 ต.ดินดำ ก็มีน้ำเอ่อท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว โดยน้ำก้อนนี้ไหลมาจากจังหวัดมหาสารคาม

          ด้านนายทรงวุฒิ กิจวรวุฒฺ ผอ.โครงการชลประทานร้อยเอ็ด กล่าวเตือนประชาชนให้ระวังน้ำที่ยังท่วมสูงขึ้นวันละประมาณ 15 ซม.ต่อวัน และจะยังคงมีน้ำท่วมต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า 15 วัน เนื่องจากปริมาณน้ำที่สะสมอยู่ในแม่น้ำชีจากขอนแก่น ยังไหลมาที่ร้อยเอ็ดไม่หมด

น้ำท่วมศรีสะเกษ

           นายจำรัส สวนจันทร์ หัวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง ฝายราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวเตือนประชาชนอำเภอกันทรารมย์ และอำเภอราษีไศล ให้เฝ้าระวังน้ำท่วม หลังปริมาณแม่น้ำมูลที่ไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมามีปริมาณมาก จนล้นตลิ่ง จึงขอให้ประชาชนทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำมูล เตรียมกระสอบทรายเพื่อทำพนังกั้นน้ำ เนื่องจากลำน้ำมูลจะสูงขึ้นจากตลิ่งอีกประมาณ 0.80 - 1 เมตร

น้ำท่วมสุรินทร์

          แม่น้ำมูลได้ไหลท่วมนาข้าวบริเวณวังทะลุบ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ทำให้ต้นข<

เว็บแฟนไทย เป็นเว็บวาไรตี้ ที่รวบรวม บทความและบันเทิง ซึ่งได้มาจากแหล่งที่มาต่างๆ เราจึงขอบพระคุณข้อมูลต่างๆ ที่มาจากทุกสำนักข่าว ทุกๆเว็บ และบทความ หัวข้อ น้ำท่วมอุบล น้ำท่วมภาคอีสาน น้ำท่วมร้อยเอ็ด น้ำท่วมกาฬสินธุ์ ขอบคุณ สิ่งดีๆจาก กระปุก
แสดงความเห็นหน่อยนะคะ
เปิดชมล่าสุด !
เมนูแฟนไทยละคร
ข่าว บันเทิง วาไรตี้
ข่าวเด่นวันนี้ เล่นเกมส์ ดูดวง
ข่าวบันเทิง ฟังเพลง ท่องเที่ยว
ข่าวกีฬา ดูหนัง ผู้หญิง
ข่าวต่างประเทศ ดูทีวี เซ็กส์ความรัก
  ฟังวิทยุ สัตว์เลี้ยง
บริการ ดูซีรีย์เกาหลี บทกลอน
แฟนไทยตลาด ดูทีวีย้อนหลัง ตกปลา
หางาน รูปภาพ  
เว็บบอร์ด รูปภาพ SEXY GIRL  
  วีดีโอคลิป  
WWW.FANTHAI.COM
ติดต่อเรา • ร่วมงานกับเรา • ข้อกำหนด • นโยบายความเป็นส่วนตัว • ลงโฆษณา ติดต่อโฆษณา : 02-5783907-8 จันทร์-ศุกร์ 9.00น. - 18.00น. Copyright © 2012 FanThai.com All rights reserved.