วันที่ 5 มีนาคม 2554 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สกลนคร ว่า จากสภาพความแห้งแล้งมาเยือน ทำให้ชาวบ้านในจังหวัดสกลนครหลายหมู่บ้านได้รับผลกระทบทันที บางหมู่บ้านต้องขาดน้ำดื่ม ทั้งสัตว์เลี้ยง แหล่งน้ำลดลง แห้งขอด ชาวบ้านต้องออกจากบ้านเข้าป่าหาเก็บพืชผัก และหาไข่มดแดง มากินและเหลือจำหน่าย พร้อมทั้งออกหาจับกะปอมหรือกิ้งก่า และแมงกุดจี่มาทำอาหาร บางหมู่บ้าน ยังพบว่าตกเย็นในตอนกลางคืนต้องพากันออกหาส่องกะปอม จนทำให้วิตกกันว่า กะปอมเสี่ยงสูญพันธุ์
จากสภาพดังกล่าวจึงได้มีแนวคิดจัดเขตอนุรักษ์กะปอมขึ้นโดยใช้บริเวณพื้นที่ของสถานีวิทยุกระจายเสียง 909 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (วส.909 สนภ.2 นทพ.) ตั้งอยู่บ้านธาตุนาเวง ต.ธาตุนาเวง อ.เมืองสกลนคร ที่มีอยู่กว่า 150 ไร่ ที่เป็นป่าธรรมชาติ ห้ามเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้านเข้าไปหาของป่าหรือจับกะปอมเด็ดขาด ทั้งนี้ กะปอมกำลังจะสูญพันธุ์ หากไม่อนุรักษ์ไว้ต่อไปจะหาดูยาก และกะปอมก็ไม่ต้องเลี้ยง เพียงกันเขตให้อยู่เขาก็หากินแบบธรรมชาติได้แล้ว ซึ่งกะปอมมีมากกว่า 3 ชนิดขึ้นไปที่นำมาปล่อย
นายสมบูรณ์ กุดนอก นักวิชาการสำนักงานสาธารณสุขชานาญการจังหวัดสกลนคร และอาจารย์พิเศษคณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร กล่าวว่า การอนุรักษ์ท้องถิ่นนั้นเป็นอีกวิชาหนึ่งที่มีการสอน ซึ่งปัจจุบันนักศึกษาวิชาเอกพัฒนาชุมชน ได้มีการจัดตั้งกลุ่ม”เด็กฮักถิ่น”ซึ่งจะมีการอนุรักษ์ทั้งเรื่องของท้องถิ่น รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม และให้มีการอนุรักษ์สัตว์ในท้องถิ่นด้วย ทั้งนี้ พบว่า การล่ากะปอมไม่เหมือนในอดีต เพราะแต่ก่อนใช้ไม้คล้องเอา แต่ปัจจุบันมีการใช้อาวุธทำให้กะปอมเริ่มหมดแล้ว ต่อไปใครอยากเห็นกะปอมต้องไปดูที่สวนสัตว์ จึงเห็นด้วยอย่างมาก และอยากให้สถานศึกษาทุกแห่งนำเรื่องแบบนี้ไปบอกกับเด็กนักเรียนให้ตระหนักและการล่ากะปอมมันเป็นบาป เพราะฆ่าสัตว์ วันนี้การล่ากะปอมโดยเฉพาะหน้าร้อนกะปอมจะออกมาตากแดด และก็จะถูกล่า จนในที่สุดก็จะหมดไป เพราะกลายเป็นการค้าไปแล้ว